คู่มือ

บุคลิกของแบรนด์

สำคัญอย่างไร และจะกำหนดบุคลิกของแบรนดคุณอย่างไร

บุคลิกของแบรนด์คือชุดของลักษณะนิสัยของมนุษย์และลักษณะทางอารมณ์ที่กำหนดให้แบรนด์โดยจะเป็นตัวกำหนดว่าผู้บริโภคจะมีความเชื่อมโยงอย่างไรและแบรนด์จะเชื่อมต่อทางอารมณ์กับผู้บริโภคอย่างไร ลักษณะหรือเอกลักษณ์ที่แตกต่างของแบรนด์จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมายกับลูกค้านอกเหนือจากประโยชน์จากการใช้งานของสินค้า

ลงทะเบียนเพื่อแสดงสินค้าของคุณและสร้างแคมเปญ

ติดต่อเราเพื่อขอรับบริการที่มีการจัดการ มีการกำหนดด้านงบประมาณขั้นต่ำ

ค้นหาเส้นทางสู่ความสำเร็จในการโฆษณาด้วยการประเมินอย่างรวดเร็วของเรา

ร้านค้าแบรนด์ของคุณคือสถานที่เฉพาะของแบรนด์ของคุณบน Amazon

การสร้างบุคลิกของแบรนด์ที่แข็งแกร่งเป็นมากกว่าการทำให้ธุรกิจของคุณโดดเด่น แต่มันทำให้แบรนด์ของคุณมีความเป็นมนุษย์ ทั้งยังส่งเสริมการเชื่อมต่อกับกลุ่มเป้าหมาย และเป็นการ สร้างความภักดีให้แบรนด์ ด้วย แบรนด์สามารถมีบุคลิกที่แตกต่างที่สะท้อนถึงผู้บริโภคของตนได้เช่นเดียวกับคนที่มีนิสัยที่แตกต่างกัน

บุคลิกของแบรนด์คืออะไร

บุคลิกของแบรนด์หมายถึงชุดของลักษณะนิสัยแบบมนุษย์ที่ถูกนำไปกำหนดให้กับแบรนด์ แนวคิดนี้ช่วยให้แบรนด์สามารถสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยการกำหนดน้ำเสียงซึ่งสะท้อนถึงค่านิยมหลักของแบรนด์

ทำไมบุคลิกของแบรนด์จึงสำคัญ

บุคลิกของแบรนด์มีความสำคัญเพราะมันเปลี่ยนวิธีที่กลุ่มเป้าหมายรับรู้และเชื่อมต่อกับแบรนด์ของคุณ นี่คือเหตุผลที่การทำความเข้าใจและการสร้างบุคลิกของแบรนด์ของคุณเป็นสิ่งสำคัญ:

บุคลิกของแบรนด์ที่แข็งแกร่งทำให้คุณแตกต่างจากแบรนด์อื่น ๆ ในอุตสาหกรรมที่มีผู้เล่นจำนวนมาก

ความเชื่อมโยงทางอารมณ์

แบรนด์จะสร้างผู้ติดตามที่ซื่อสัตย์ได้จากสร้างความสัมพันธ์ทางอารมณ์กับกลุ่มเป้าหมาย การเชื่อมต่อเหล่านี้จะลึกซึ้งยิ่งขึ้นเมื่อแบรนด์มีแนวคิดที่สอดคล้องกับความเชื่อและ ค่านิยม หลักของลูกค้า ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนธุรกรรมให้กลายเป็นความสัมพันธ์ที่มีความหมายจากวัตถุประสงค์ที่มีร่วมกัน

ความสอดคล้อง

เสียงของแบรนด์ที่สอดคล้องกันในทุกจุดสัมผัสช่วยให้มั่นใจได้ว่าการส่งข้อความของคุณสอดคล้องกับตัวตนของคุณ

การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ

บุคลิกที่กำหนดไว้มีส่วนช่วยในการสร้างกลยุทธ์การสื่อสารที่ชัดเจนและสัมพันธ์กันในทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นโซเชียลมีเดียหรือการตลาดโดยตรง

คำแนะนำ

บุคลิกที่กำหนดไว้อย่างชัดเจนจะเป็นแนวทางในการตัดสินใจทางการตลาด ทำให้มั่นใจว่าการตัดสินใจมีความสอดคล้องและเป็นไปตาม ค่านิยมหลักของแบรนด์

บุคลิกของแบรนด์จะมีชีวิตชีวาขึ้นได้อย่างไร

การเปลี่ยนแปลงบุคลิกของแบรนด์ให้มีความจับต้องได้จะเกิดขึ้นในจุดสัมผัสต่าง ๆ ซึ่งประกอบด้วย

น้ำเสียงที่ใช้ในการสื่อสารจะส่งผลต่อมุมมองที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์ เสียงของแบรนด์จะสร้างลักษณะบุคลิกจากการใช้ภาษา ได้แก่ การเลือกคำ (คำศัพท์แบบสบาย ๆ หรือคำศัพท์ที่เป็นทางการ) โครงสร้างประโยค (สั้นและโดนใจหรือหรูหราและลื่นไหล) และอารมณ์ที่เกิดขึ้นจากการส่งข้อความ ทางเลือกที่จงใจเหล่านี้จะเปลี่ยนลักษณะบุคลิกที่เป็นนามธรรมให้เป็นภาษาที่ลูกค้าจะได้ยินและรู้สึกได้จากทุกช่องทางการสื่อสาร ตั้งแต่ข้อความบนบรรจุภัณฑ์ไปจนถึงอีเมลที่ส่งหาลูกค้า

ภาพลักษณ์ของแบรนด์

สื่อการตลาด เช่น ดีไซน์ของโลโก้ ตัวอักษร และสีที่เลือกเป็นสิ่งที่มีบทบาทสำคัญในการแสดงบุคลิกที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ของคุณ รูปลักษณ์ของแบรนด์จะแปลบุคลิกให้เป็นประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสทันทีที่ลูกค้าจดจำและสามารถเชื่อมโยงทางอารมณ์ได้ การออกแบบที่คิดมาอย่างดีจะทำให้แบรนด์สามารถสร้างภาษาภาพที่สอดคล้องกันที่จะสื่อสารว่าพวกเขาเป็นใครก่อนที่ลูกค้าจะอ่านข้อความเสียอีก การนำองค์ประกอบภาพเหล่านี้ไปใช้งานอย่างสม่ำเสมอในทุกจุดสัมผัสจะช่วยเน้นย้ำถึงบุคลิกและ สร้างการจดจำแบรนด์

การมีส่วนร่วมในโซเชียลมีเดีย

วิธีที่แบรนด์โต้ตอบบนโซเชียลมีเดียสามารถเพิ่มหรือขัดขวางบุคลิกของตนเองได้ โซเชียลมีเดียจะช่วยทำให้บุคลิกมีชีวิตชีวาโดยการแสดงให้เห็นลักษณะนิสัยของแบรนด์ได้แบบเรียลไทม์ในสถานการณ์จริง เวลาในการตอบสนองและรูปแบบการพูดคุย การคัดเลือกเนื้อหา วิธีที่แบรนด์เฉลิมฉลองการมีส่วนร่วมของชุมชน และวิธีที่พวกเขาเข้าร่วมใน ช่วงเวลาทางวัฒนธรรม ล้วนมีส่วนเปลี่ยนแปลงบุคลิกที่แบรนด์กล่าวอ้างให้กลายเป็นพฤติกรรมที่มองเห็นได้ การโต้ตอบแต่ละครั้งเป็นเหมือนโอกาสในการแสดงให้เห็นถึงความจริงใจและสร้างการเชื่อมต่อที่แท้จริงกับลูกค้า

มิติต่าง ๆ ของบุคลิกของแบรนด์

หนึ่งในกรอบการทำงานที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางที่สุดในการทำความเข้าใจบุคลิกของแบรนด์มาจาก Jennifer Aaker นักจิตวิทยาสังคมซึ่งได้กล่าวถึงห้ามิติหลักของบุคลิกของแบรนด์ 1 ที่ยังคงเป็นแนวทางในการวางตำแหน่งแบรนด์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน:

  1. ความจริงใจ: ลักษณะของความซื่อสัตย์และความมีคุณธรรม
  2. ความน่าตื่นเต้น: แบรนด์ที่สื่อถึงความกระตือรือร้นและพลังงาน
  3. ความสามารถ: คุณลักษณะที่เกี่ยวข้องกับความน่าเชื่อถือ ความฉลาด และความสำเร็จ
  4. ความประณีต: สะท้อนให้เห็นถึงความหรูหราและสง่างาม
  5. ความแข็งแกร่ง: แสดงถึงความทรหดและไลฟ์สไตล์กลางแจ้ง

โมเดลนี้ทำให้แบรนด์มีกรอบการทำงานในการการวางตำแหน่งตัวเองและสร้างตัวตนให้ตรงใจผู้บริโภค

ความเชื่อผิด ๆ ทั่วไปเกี่ยวกับบุคลิกของแบรนด์

แม้บุคลิกของแบรนด์จะมีความสำคัญ แต่ก็มีความเข้าใจผิดหลายประการ:

ความเชื่อผิด ๆ ข้อที่ 1: บุคลิกของแบรนด์ก็แค่โลโก้และแท็กไลน์

แม้ว่าโลโก้และแท็กไลน์จะสามารถถ่ายทอดหลายองค์ประกอบของบุคลิกของแบรนด์ได้ แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด บุคลิกของแบรนด์ครอบคลุมแง่มุมที่กว้างขวางว่านั้นมาก รวมถึงการบริการลูกค้า รูปแบบการสื่อสาร และพฤติกรรมของแบรนด์โดยรวม

ความเชื่อผิด ๆ ข้อที่ 2: แบรนด์ผู้บริโภคเท่านั้นที่จะมีบุคลิก

ความเข้าใจผิดนี้มองข้ามความจริงที่ว่าแม้แต่ แบรนด์ B2B ก็สามารถแสดงบุคลิกที่น่ายำเกรงซึ่งสอดคล้องกับค่านิยมและความต้องการของกลุ่มเป้าหมายของพวกเขาได้

ความเชื่อผิด ๆ ข้อที่ 3: บุคลิกไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้เมื่อเวลาผ่านไป

แบรนด์อาจพัฒนาขึ้นเมื่อความชอบของผู้บริโภคเปลี่ยนไป การปรับบุคลิกของแบรนด์ให้ยังคงมีความเกี่ยวข้องในตลาดจะเป็นประโยชน์ต่อการเติบโต

ตัวอย่างของจริงเรื่องบุคลิกของแบรนด์

กรณีศึกษา

Holy Stone ใช้บริการผลิตวิดีโอ Amazon Ads และโฆษณาทีวีสตรีมมิ่งเพื่อสร้างโฆษณา 30 วินาทีที่ช่วยถ่ายทอดบุคลิกของแบรนด์ผ่านแนวคิด “Moments” โดยใช้ภาพการปีนเขาเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความท้าทายในชีวิตในขณะที่นำเสนอคุณสมบัติของโดรนไปด้วย กระบวนการผลิตวิดีโอ ของ Amazon เป็นวิธีที่ทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จในการสื่อสารตัวตนที่สร้างแรงบันดาลใจให้เป็นเนื้อหาที่น่าสนใจ ส่งผลให้การค้นหาที่มีชื่อแบรนด์เพิ่มขึ้น 279% และเข้าถึงนักช้อปของ Amazon ที่ไม่ซ้ำกันมากกว่า 1 ล้านราย

แบรนด์ใหม่ Holy Stone สร้างโฆษณาทีวีสตรีมมิ่งใน 3 ขั้นตอนง่ายๆ

กรณีศึกษา

Cocolab แสดงให้เห็นถึงบุคลิกของแบรนด์ที่เป็นเอกลักษณ์ในฐานะผลิตภัณฑ์นวัตกรรมดูแลช่องปากที่มีเจ้าของเป็นพี่น้องที่มีคอนเซ็ปต์ว่า “โดปามีนสำหรับช่องปาก” โดยการสร้างร้านค้าแบรนด์ที่น่าสนใจซึ่งใช้ภาพไลฟ์สไตล์และเนื้อหาที่ให้ความรู้ เสริมด้วยแคมเปญวิดีโอ Sponsored Brands แนวทางเชิงกลยุทธ์ของพวกเขาในการเริ่มต้นด้วย Sponsored Products ที่เน้นการคอนเวอร์ชันก่อนที่จะขยายไปสู่โซลูชัน การสร้างแบรนด์ แสดงให้เห็นว่าแบรนด์ใหม่สามารถรักษาบุคลิกที่โดดเด่นของตนได้อย่างไรในขณะที่ต้องแข่งขันกับผู้เล่นที่มีชื่อเสียงมานาน ส่งผลให้เกิดการเติบโตเพิ่มขึ้น 50% เมื่อเทียบกับปีก่อนและยอดขายจากลูกค้าใหม่ของแบรนด์เพิ่มขึ้น 80% จากการทำแคมเปญโฆษณาดิสเพลย์

Cocolab

กรณีศึกษา

MaryRuth ร่วมมือกับ Amazon Ads Brand Innovation Lab ในการสร้างแคมเปญ “Toast to Good Health” ที่ไม่เหมือนใครซึ่งสอดคล้องกับบุคลิกของแบรนด์ของพวกเขาในฐานะบริษัทด้านสุขภาพที่เป็นนวัตกรรมใหม่โดยการเปลี่ยนวิตามินเหลวของพวกเขาให้เป็นสูตรม็อกเทลที่สร้างสรรค์ การใช้หลายช่องทางที่สอดคล้องกันทั้ง Amazon DSP, สตรีมมิ่งทีวี และ Amazon Live ทำให้พวกเขา สามารถ สร้างประสบการณ์แบรนด์ที่สร้างการมีส่วนร่วม ซึ่งรวมถึงหน้าแรกที่กำหนดเอง สูตรอาหาร และบาร์ม็อกเทลในงานกิจกรรมของอินฟลูเอ็นเซอร์ ส่งผลให้การใช้จ่ายจากลูกค้าใหม่ของแบรนด์เพิ่มขึ้น 174% และแสดงให้เห็นว่าแบรนด์สามารถนำผลิตภัณฑ์ของตนเข้าไปสอดแทรกในการใช้ชีวิตประจำวันของลูกค้างด้วยความสร้างสรรค์ได้อย่างไร

MaryRuth’s เพิ่มยอดขายจากลูกค้าใหม่ของแบรนด์ด้วยแคมเปญม็อกเทลแบบกำหนดเอง

กรณีศึกษา

Bird Buddy ใช้ประโยชน์จากเครื่องมือสร้างโฆษณาแบบ Agentic ของ Amazon ใน Creative Studio เพื่อเอาชนะข้อจำกัดด้านทรัพยากรและรักษาความเป็นนวัตกรรมและความรักในธรรมชาติซึ่งเป็นบุคลิกของแบรนด์ไว้ โดยลดเวลากระบวนการผลิตวิดีโอที่ยาวนานหลายเดือนให้เหลือแค่สามวันให้ทันกับวันพ่อ เครื่องมือ AI ทำหน้าที่เป็นพาร์ทเนอร์ที่สร้างสรรค์ซึ่งช่วยให้สามารถทำซ้ำได้อย่างรวดเร็วในขณะที่ยังคงรักษาแนวทางและความสวยงามของแบรนด์ไว้ ส่งผลให้อัตราการคลิกผ่านโฆษณาวิดีโอของ Sponsored Brands สูงขึ้นกว่า 3 เท่า และอัตราการได้มาซึ่งลูกค้าใหม่ 89%

อัตราการคลิกผ่านของ Bird Buddy เพิ่มขึ้น 3 เท่าหลังจากสร้างโฆษณาวิดีโอแบบ Agentic

กรณีศึกษา

Nespresso ใช้ ร้านค้าแบรนด์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพในการแปลบุคลิกแบรนด์ระดับพรีเมียมและค่านิยมด้าน ความยั่งยื่น ให้เป็นประสบการณ์การช้อปปิ้งดิจิทัลที่สอดคล้องกัน เป็นสร้างจุดหมายปลายทางที่มากกว่าแค่รายการสินค้าเพื่อบอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์ผ่านรูปภาพไลฟ์สไตล์ที่ได้รับการคัดสรรมาอย่างรอบคอบและเนื้อหาที่ให้ความรู้เกี่ยวกับโครงการรีไซเคิล การใช้ร้านค้าแบรนด์เป็นหน้าแรกส่วนกลาง และหมั่นอัปเดตเนื้อหาตามฤดูกาลอย่างสม่ำเสมอในขณะที่ยังคงรักษาความสอดคล้องของแบรนด์ในทุกโซลูชันโฆษณาของ Amazon (รวมถึง Sponsored Brands และ โฆษณาดิสเพลย์) พวกเขาทำให้ยอดเข้าชมร้านค้าแบรนด์เพิ่มขึ้น 21% แสดงให้เห็นว่าแบรนด์หรูสามารถรักษาตัวตนที่โดดเด่นในขณะที่สร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งที่น่าสนใจบน Amazon ไปพร้อมกันได้

Nespresso มุ่งเน้นไปที่ค่านิยมของบริษัทและเชื่อมต่อกับนักช้อปผ่านร้านค้าแบรนด์

วิธีสร้างบุคลิกให้แบรนด์ของคุณ

ขั้นตอนที่ดำเนินการได้ต่อไปนี้สามารถช่วยในการกำหนดบุคลิกของแบรนด์ของคุณ:

1. รู้จักกลุ่มเป้าหมายของคุณ

ทำการวิจัยตลาดเพื่อทำความเข้าใจค่านิยมและความชอบของพวกเขา

2. อธิบายสิ่งที่ทำให้แบรนด์ของคุณมีเอกลักษณ์

วิเคราะห์ค่านิยมหลักของคุณและสิ่งที่ทำให้คุณแตกต่างจากแบรนด์อื่น ๆ

3. เลือกลักษณะหลัก

เลือกลักษณะบุคลิกที่จะตรงใจกลุ่มเป้าหมายของคุณ

4. สร้างเสียงของแบรนด์

สร้างน้ำเสียงที่สม่ำเสมอซึ่งสะท้อนบุคลิกของคุณในทุกช่องทาง ทั้งโซเชียลมีเดีย เนื้อหาเว็บไซต์ ฯลฯ

5. สร้างแนวทางของแบรนด์

บันทึกบุคลิกของแบรนด์ของคุณโดยละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่ามีความสม่ำเสมอในทุกจุดสัมผัส

6. พัฒนาบุคลิกของคุณ

ประเมินและปรับบุคลิกของแบรนด์ของคุณอย่างต่อเนื่องตามความจำเป็นในขณะที่ยังคงยึดมั่นในค่านิยมหลักของคุณ

ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับบุคลิกของแบรนด์

งานวิจัย Amazon Ads Beyond the Generational Divide2 และ งานวิจัย Higher Impact study ปี 2025 3แสดงให้เห็นว่าแบรนด์สามารถก้าวไปไกลกว่าแค่การใช้ข้อมูลทางประชากรศาสตร์ในการเชื่อมต่อกับกลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้องโดยการใช้ค่านิยม พฤติกรรม และชุมชนที่ลูกค้ามีร่วมกัน สิ่งสำคัญที่ได้จากการพัฒนาบุคลิกของแบรนด์คือการมุ่งไปที่การสร้างความเชื่อมโยงที่แท้จริงผ่านค่านิยมและพฤติกรรมที่มีร่วมกัน โดยชี้ให้เห็นว่าแบรนด์ควรพัฒนาบุคลิกของตนบนพื้นฐานของข้อมูลเชิงพฤติกรรมและค่านิยมของชุมชนมากกว่าการอนุมานโดยดูจากช่วงวัย

นี่คือข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญบางประการ:

การเชื่อมต่อตามค่านิยม

  • ชื่อเรียกตามการแบ่งกลุ่มทางประชากรศาสตร์แบบเดิม (เช่น "มิลเลนเนียล" หรือ "Gen Z") มีความเกี่ยวข้องน้อยกว่าค่านิยมที่มีร่วมกัน
  • 84% ของผู้บริโภคกล่าวว่ากรอบแนวคิดและค่านิยมกำหนดตัวตนของพวกเขามากกว่าอายุ
  • 79% ของผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะซื้อสินค้าหรือบริการจากแบรนด์ที่มีค่านิยมสอดคล้องกับค่านิยมของพวกเขามากกว่า
  • ค่านิยมหลัก เช่น สุขภาพ ความสัมพันธ์ และการพัฒนาตัวเองเป็นสิ่งที่อยู่เหนือช่วงวัย

อัตลักษณ์ที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน

  • ความบันเทิงและประสบการณ์สื่อเป็นสิ่งที่สร้างช่วงเวลาทางวัฒนธรรมร่วมกัน
  • 85% ของความบันเทิงที่ผู้บริโภคเลือกได้รับอิทธิพลจากชุมชนของพวกเขา
  • บุคลิกของแบรนด์ควรสอดคล้องกับวิธีที่ชุมชนเกิดขึ้นตามธรรมชาติจากความสนใจที่มีร่วมกัน

พฤติกรรมจากตัวตนที่แท้จริง

  • ผู้บริโภคมีความเป็นกลุ่มก้อนเดียวกันจากพฤติกรรมมากกว่าช่วงวัยถึง 2.1 เท่า
  • 69% ของผู้บริโภคพร้อมจ่ายแพงกว่าให้กับแบรนด์ สินค้า และบริการที่มีความจริงใจ
  • ตัวเลือกในการช้อปปิ้ง สตรีมมิ่งที่ชื่นชอบ และการเชื่อมต่อกับครีเอเตอร์เผยให้เห็นตัวตนที่แท้จริงของผู้บริโภค
  • บุคลิกของแบรนด์ควรสร้างขึ้นจากรูปแบบพฤติกรรมของแท้มากกว่าสมมติฐานทางประชากรศาสตร์

นำเสนอบุคลิกของแบรนด์ของคุณด้วย Amazon Ads

ร้านค้าแบรนด์ทำหน้าที่เป็นสถานที่เฉพาะใน Amazon เพื่อให้แบรนด์สร้างความแตกต่างให้กับตัวเอง ในร้านค้าแบรนด์ แบรนด์จะสามารถจัดแสดงสินค้าทั้งหมดของตน ให้ความรู้เกี่ยวกับตัวสินค้า และบอกเล่าเรื่องราวที่เป็นเอกลักษณ์ของตนโดยใช้เนื้อหาที่มีส่วนร่วม เช่น รูปภาพหรือวิดีโอไลฟ์สไตล์

Sponsored Brands ช่วยนำแบรนด์มาอยู่ในตำแหน่งที่โดดเด่น ด้วยวิดีโอ คอลเลกชัน และโฆษณาที่มีชื่อแบรนด์ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่โดดเด่นตลอดกระบวนการช้อปปิ้ง ช่วยให้แบรนด์โดดเด่นมากกว่าแค่การแสดงรายการสินค้าแบบพื้นฐาน

โฆษณา Prime Video ช่วยให้แบรนด์กลมกลืนเข้ากับเนื้อหาสตรีมมิ่งระดับพรีเมียมได้อย่างไร้รอยต่อ ช่วยให้แบรนด์สามารถสร้างความผูกพันทางอารมณ์กับผู้ชมสตรีมมิ่งทั่วโลก

Amazon Live ช่วยให้แบรนด์สามารถนำเสนอประสบการณ์วิดีโอช้อปปิ้งแบบเรียลไทม์บน Amazon ซึ่งเป็นการผสมผสานการเล่าเรื่องที่ดื่มด่ำ การโต้ตอบทางโซเชียล และความสามารถในการช้อปอย่างราบรื่นเข้าด้วยกัน

ข้อสรุปที่สำคัญเกี่ยวกับบุคลิกของแบรนด์

บุคลิกของแบรนด์ที่แข็งแกร่งเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมายกับลูกค้า การทำความเข้าใจพลวัตของค่านิยมหลัก การกำหนดลักษณะตามข้อมูลเชิงลึกของกลุ่มเป้าหมาย และส่งเสริมความสม่ำเสมอในการสื่อสารผ่านเสียงของแบรนด์ของคุณจะทำให้คุณสามารถสร้างตัวตนที่น่าสนใจซึ่งตอบสนองกับผู้บริโภคได้อย่างลึกซึ้ง

หากคุณมีประสบการณ์จำกัด โปรดติดต่อเราเพื่อขอรับบริการแบบมีการจัดการโดย Amazon Ads มีการกำหนดด้านงบประมาณขั้นต่ำ

ทรัพยากรเพิ่มเติม

ที่มา

1 Journal of Marketing Research Vol. XXXIV สิงหาคม 1997, 347—356

2 การวิจัยที่กำหนดเองของ Amazon Ads ร่วมกับ Strat7 Crowd.DNA ไปไกลยิ่งกว่าการแบ่งช่วงวัย: กฎใหม่ในการเชื่อมต่อกับลูกค้า สำรวจระหว่างเดือนธันวาคม 2024 ถึงมกราคม 2025 ข้อมูลเป็นผลรวมที่ได้จากการสำรวจในออสเตรเลีย บราซิล แคนาดา เยอรมนี สเปน ฝรั่งเศส อิตาลี ญี่ปุ่น เม็กซิโก สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา ฐาน: ผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด (26,400), Gen Z (6,680), มิลเลนเนียล (6,680), Gen X (6,668), Baby Boomer (6,372)

3 การวิจัยแบบกำหนดเองของ Amazon Ads ร่วมกับ Environics Research 2025 Higher Impact สำรวจในเดือนธันวาคม 2024 ข้อมูลสะท้อนจากการรวบรวมผลในประเทศแคนาดา สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา ผู้ตอบแบบสอบถามตามประเทศที่สำรวจ: แคนาดา: 1,042, สหราชอาณาจักร: 1,036, สหรัฐอเมริกา: 1,033 รวม n=3,111 การเปรียบเทียบแบบปีต่อปีสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของกลุ่มตัวอย่างผู้ตอบแบบสอบถามในแต่ละภูมิภาค โดยในปี 2023 มีการสำรวจในประเทศแคนาดา เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา ในปี 2024 มีการสำรวจผู้บริโภคในแคนาดา สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา