คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

กฎใหม่เกี่ยวกับความเกี่ยวข้องใน การช้อปปิ้งที่มี AI เป็นตัวช่วย

Katie Comerford

12 มิถุนายน 2026 | Katie Comerford ประธานของ Horizon Commerce & Client Transformation

PARTNER PERSPECTIVES

PARTNER PERSPECTIVES

นี่คือ Partner Perspectives ซีรีส์ที่ผู้นำด้านการโฆษณาจากเครือข่ายพาร์ทเนอร์ Amazon Ads ต่างมาร่วมแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกจากประสบการณ์ตรงด้านกลยุทธ์และเคล็ดลับที่ช่วยผลักดันผลลัพธ์ให้ลูกค้าของพวกเขา ในซีรีส์นี้ Katie Comerford ประธาน Horizon Commerce & Client Transformation ได้สำรวจว่าแบรนด์จะสามารถสร้างความไว้วางใจและความเกี่ยวข้องเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันได้อย่างไร ในขณะที่ AI เข้ามาเปลี่ยนวิธีการช้อปปิ้งของผู้คน

ผู้บริโภคยอมรับการช้อปปิ้งที่มี AI เป็นตัวช่วยได้เร็วกว่าที่นักการตลาดหลายคนรู้ การวิจัย Horizon Futures พบว่า 56% ของผู้บริโภคที่คุ้นเคยกับ AI มีการใช้ AI ทุกวันอยู่แล้ว ในขณะที่ 82% ใช้ AI สำหรับค้นหาข้อมูลและเปรียบเทียบในการช้อปปิ้ง 1 ในเวลาเดียวกัน ผู้ซื้อก็กำลังผลักภาระเรื่องการคิดและตัดสินใจไปให้ เครื่องมือช้อปปิ้งที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่าง Alexa for Shopping ในการการติดตามราคา การค้นพบสินค้า และการค้นหาดีลที่น่าสนใจ

ในความเป็นจริง 70% ของผู้ตอบแบบสอบถามรู้สึกสบายใจที่ให้ AI เข้ามาจัดการตามล่าหาดีล และ 64% ไว้ใจให้ AI ทำการเปรียบเทียบสินค้า 2 ในขณะที่ AI ทำหน้าที่กำหนดรูปแบบการค้นพบและการตัดสินใจซื้อมากขึ้นเรื่อย ๆ แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จจะเป็นผู้ที่สามารถสร้างระบบความไว้วางใจและ ความเกี่ยวข้อง เพื่อช่วยกำหนดความชอบของผู้บริโภคก่อนที่ AI จะเริ่มให้คำแนะนำ

นี่คือจุดที่การบรรจบกันของสื่อสตรีมมิ่ง สัญญาณการช้อปปิ้ง และการเพิ่มประสิทธิภาพที่ขับเคลื่อนด้วย AI กลายเป็นสิ่งสำคัญในเชิงกลยุทธ์

สร้างกรอบการตรวจวัดที่มีการปรับให้เหมาะสมเพื่อสร้างความไว้วางใจ ไม่ใช่แค่การระบุแหล่งที่มา

หนึ่งในผลการค้นพบที่ชัดเจนที่สุดในการวิจัยของ Horizon ก็คือผู้บริโภคไม่สนใจว่าเครื่องมือ AI ทำงานอย่างไร แต่จะสนใจมากกว่าว่าพวกเขาจะยังคงการควบคุมอยู่ไหมเมื่อมีบางอย่างผิดปกติ “สิทธิ์ยับยั้งการตัดสินใจของ AI” การคืนสินค้าได้ง่าย การตัดสินใจโปร่งใส และการเข้าถึงเจ้าหน้าที่ตัวจริงเพื่อขอความช่วยเหลือเป็นปัจจัยที่ช่วยสร้างความไว้วางใจมากที่สุดในสภาพแวดล้อมการช้อปปิ้งที่มี AI เป็นตัวช่วย

สำหรับผู้โฆษณา สิ่งนี้จะเปลี่ยนวิธีที่ควรใช้ในการตรวจวัด แบรนด์จำเป็นต้องมองเห็นวิธีที่กลุ่มเป้าหมายเคลื่อนตัวระหว่างจุดสัมผัสต่าง ๆ โดยต้องมีการประเมินผลกระทบก่อนตัดสินใจและฮาโลเอฟเฟ็กต์เมื่ออยู่ตามจุดสัมผัส เช่น การรับชม สตรีมมิ่งระดับพรีเมียม เพื่อทำความเข้าใจว่าสัญญาณใดที่สร้างความไว้วางใจและความคุ้นเคยที่ AI ใช้เป็นข้อมูลในการให้คำแนะนำ

ระบบคลาวด์การตลาดของ Amazon (AMC) ทำให้สิ่งนี้เป็นไปได้ โดยการทำให้ผู้โฆษณาสามารถวิเคราะห์รูปแบบการมีส่วนร่วม ความทับซ้อนกันของกลุ่มเป้าหมาย และการคอนเวอร์ชันด้วยวิธีที่ปลอดภัยต่อความเป็นส่วนตัวซึ่งให้ความสำคัญกับความไว้วางใจของผู้บริโภคในขณะที่ยังมอบข้อมูลเชิงลึกที่สามารถดำเนินการได้

ในสภาพแวดล้อมการช้อปปิ้งที่มี AI เป็นตัวช่วย ความไว้วางใจจะกลายเป็นตัวแปรด้านประสิทธิภาพ

สร้างความโดดเด่นของแบรนด์ก่อนที่ AI จะเข้ามาให้คำแนะนำ

การวิจัยของ Horizon พบว่านักช้อป AI กำลังกลายเป็น “เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ ไม่ใช่คนที่เข้ามาเลือกดู” ผู้บริโภคคาดหวังมากขึ้นว่า AI จะช่วยจำกัดทางเลือกให้แคบลง เปรียบเทียบตัวเลือก และแสดงสินค้าที่มีความเกี่ยวข้องมากที่สุดได้อย่างรวดเร็ว

นั่นหมายความว่าการค้นพบกำลังเปลี่ยนไปที่ต้นน้ำ สำหรับผู้โฆษณา นี่จะเป็นการยกระดับบทบาทของสตรีมมิ่งทีวีและสื่อแบบ โต้ตอบ ระดับพรีเมียมจากช่องทางการรับรู้ไปเป็นจุดสัมผัสที่สร้างความเกี่ยวข้อง

กราฟที่มีการยืนยันตัวตน ของ Amazon Ads จะเชื่อมต่อสัญญาณเหล่านี้ โดยการเชื่อมโยงการมีส่วนร่วมในการสตรีมเข้ากับพฤติกรรมการช้อปปิ้งจริงผ่านความสัมพันธ์จากความไว้วางใจในแต่ละครัวเรือน Amazon DSP และโฆษณาสตรีมมิ่งทีวีสร้างโอกาสในการเชื่อมต่อการได้สัมผัสกับเนื้อหาระดับพรีเมียมเข้ากับผลลัพธ์ทางการค้าที่ตรวจวัดได้ตลอดเส้นทางผู้บริโภค แบรนด์ที่ใช้สตรีมมิ่งทีวีควบคู่ไปกับโฆษณารูปแบบโต้ตอบสามารถเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายจากการรับชมเฉย ๆ ให้เข้ามามีส่วนร่วมโดยที่เนื้อหา การซื้อขาย และการมีส่วนร่วมต่างช่วยส่งเสริมซึ่งกันและกัน

ในทางปฏิบัติ นั่นหมายความว่าผู้โฆษณาควรต้องเปลี่ยนการจัดลำดับสื่อใหม่ สตรีมมิ่งทีวีควรสร้างความโดดเด่นให้กับแบรนด์ในสินค้าหมวดหมู่เดียวกันและสร้างความคุ้นเคยทางอารมณ์ก่อนที่ช่วงเวลาที่ลูกค้าจะมีเจตนาในการซื้อสูงจะมาถึง การทำตลาดซ้ำ ผ่าน Amazon DSP สามารถต่อยอดจากสัญญาณการมีส่วนร่วมในการสตรีมเพื่อขับเคลื่อนการการดำเนินการในขั้นต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้เรายังเห็นหลายแบรนด์เริ่มใช้ วิดีโอแบบโต้ตอบ และอิทธิพลของครีเอเตอร์มาช่วยสร้างสัญญาณการมีส่วนร่วมที่แข็งแกร่งขึ้นก่อนถึงช่วงเวลาที่จะเกิดการซื้อขาย รูปแบบโต้ตอบ ที่เปิดโอกาสในเกิดการเข้าร่วมแทนที่จะรับชมเพียงอย่างเดียว มักจะให้ตัวบ่งชี้พฤติกรรมที่สมบูรณ์กว่าซึ่งสามารถซึ่งสามารถเพิ่มความเกี่ยวข้องของคำแนะนำและเพิ่มประสิทธิภาพในการคอนเวอร์ชันได้ในภายหลัง

ในการซื้อขายที่มี AI เป็นตัวช่วย การค้นพบก่อนทำการค้นหาในแถบค้นหามีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

ใช้การเพิ่มประสิทธิภาพ AI เพื่อเร่งการดำเนินการ ไม่ใช่ยกให้ AI ทำหน้าที่กำหนดกลยุทธ์

เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญที่ขับเคลื่อนด้วย AI กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นในการดำเนินงานสำหรับนักการตลาดสมัยใหม่ แต่ระบบอัตโนมัติเพียงอย่างเดียวไม่ได้สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน

ในความเป็นจริง หนึ่งในความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในโฆษณาที่พึ่งพา AI คือการที่กลยุทธ์ของทุกแบรนด์จะออกมาคล้ายกัน หากทุกแบรนด์หันมาใช้สัญญาณการเพิ่มประสิทธิภาพ แบบจำลองกลุ่มเป้าหมาย และคำแนะนำอัตโนมัติแบบเดียวกัน ความแตกต่างจะหมดไปอย่างรวดเร็ว

ข้อได้เปรียบจะเกิดจากการผสมผสานความสามารถของเครื่องจักรเข้ากับมนุษย์ที่เข้ามาดูแลในเชิงกลยุทธ์

โซลูชัน Amazon Ads สามารถช่วยให้ผู้โฆษณาเร่งการเพิ่มประสิทธิภาพสื่อ ปรับปรุงการตอบสนอง และหารูปแบบประสิทธิภาพได้เร็วกว่าเวิร์กโฟลว์แบบแมนนวลเพียงอย่างเดียว แต่แบรนด์ที่มีประสิทธิภาพสูงมีการสร้างกรอบการกำกับดูแลที่ชัดเจนเกี่ยวกับวิธีการนำระบบอัตโนมัติมาใช้ ซึ่งรวมถึงการสร้างจุดตรวจที่ใช้มนุษย์สำหรับ การเพิ่มประสิทธิภาพชิ้นงานโฆษณา มาแยกตัวชี้วัด ROAS ระยะสั้นออกจากตัวบ่งชี้การเติบโตของแบรนด์ในระยะยาว และทำการทดสอบผลลัพธ์เชิงเพิ่มอย่างต่อเนื่องแทนที่จะพึ่งพาคำแนะนำอัตโนมัติเพียงอย่างเดียว

ความสมดุลนี้มีความสำคัญเนื่องจากความคาดหวังของผู้บริโภคเกี่ยวกับ AI ยังคงมีความซับซ้อนและละเอียดอ่อน การวิจัยของ Horizon พบว่าผู้ซื้อรู้สึกสบายใจมากกว่าอย่างมีนัยสำคัญกับการค้นหาข้อมูลที่มี AI เป็นตัวช่วยมากกว่าการตัดสินใจซื้อแบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ หลักการเดียวกันนี้ใช้ได้กับโซลูชันการตลาด AI จะทำงานได้ดีที่สุดเมื่อเข้ามาช่วยในการตัดสินใจของมนุษย์ ไม่ใช่เข้ามาแทนที่การตัดสินเชิงกลยุทธ์ทั้งหมด

การตลาดในอนาคตไม่ใช่การตลาดอัตโนมัติ แต่เป็นระบบอัตโนมัติที่มีการกำกับดูแลอย่างมีกลยุทธ์

แบรนด์ใดที่ควรดำเนินการในช่วง 18—36 เดือนข้างหน้า

หลายปีข้างหน้า แบรนด์ที่เตรียมตัวดีในการตั้งรับการช้อปปิ้งที่มี AI เป็นตัวช่วยจะมีลักษณะบางประการที่เหมือนกัน

ประการแรกพวกเขาจะผสานแบรนด์เข้ากับกลยุทธ์ประสิทธิภาพให้เชื่อมโยงกันมากขึ้น เนื่องจากเส้นทางของผู้ซื้อมีความเป็นเส้นตรงน้อยลงและเครื่องมือ AI ก็เข้ามากำหนดการค้นพบตั้งแต่เนิ่น ๆ ของเส้นทาง การแบ่งแยกระหว่างสื่อ Funnel ด้านบนออกจากการกระตุ้นการซื้อขายแบบเมื่อก่อนจึงมีประโยชน์น้อยลง

ประการที่สอง พวกเขาจะลงทุนในโซลูชันการตรวจวัดแบบเชื่อมโยงที่เชื่อมโยงสัญญาณการสตรีมมิ่งและการช้อปปิ้งเข้าด้วยกัน การค้าขายที่มี AI เป็นตัวช่วยต้องการความต่อเนื่องของสภาพแวดล้อม ไม่ใช่การรายงานผลแบบแยกเป็นช่องทาง

ประการที่สามพวกเขาจะออกแบบชิ้นงานโฆษณาและประสบการณ์การช้อปปิ้งที่รักษาอำนาจการตัดสินใจของผู้บริโภคไว้ การวิจัยของ Horizon แสดงให้เห็นอย่างต่อเนื่องว่าผู้บริโภคต้องการความช่วยเหลือมากกว่าการยกอำนาจตัดสินใจให้ AI แบรนด์ที่เน้นย้ำด้านความโปร่งใส ความมั่นใจ และความสามารถในการยกเลิกการตัดสินใจจะสามารถรักษาความไว้วางใจได้ดีกว่าในขณะที่ระบบอัตโนมัติมีบทบาทมากขึ้น

สุดท้าย นักการตลาดควรเริ่มทำการทดสอบตั้งแต่ตอนนี้ การวิจัยชี้ให้เห็นว่าความช่วยเหลือจาก AI จะขยายตัวได้เร็วกว่าการทำงานแบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบในอีก 18—36 เดือนข้างหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมวดสินค้าที่มีความยุ่งยากในการซื้อน้อยและสินค้าที่ซื้อซ้ำ แบรนด์ที่ใช้ช่วงเวลานี้ในการเสริมสร้างกรอบการตรวจวัด กลยุทธ์การสตรีมมิ่ง และความพร้อมด้าน AI จะมีความพร้อมมากกว่าในขณะที่พฤติกรรมของผู้บริโภคยังคงเปลี่ยนแปลงต่อไป

แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในการค้าขายที่มี AI เป็นตัวช่วยจะไม่เพียงแค่ทำการค้าด้วยระบบอัตโนมัติ พวกเขาจะสร้างระบบความไว้วางใจ ความเกี่ยวข้อง และความมั่นใจซึ่งยังคงมีอิทธิพลในช่วงก่อน ระหว่าง และหลังการตัดสินใจที่มี AI เข้ามาเกี่ยวข้อง

การทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ Amazon Ads สามารถช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตใน Amazon Store และที่อื่น ๆ ได้ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Horizon

ที่มา

1-2 การวิจัยแบบกำหนดเองของ Horizon Futures Agentic Commerce เก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 12—19 มีนาคม 2026 ข้อมูลสะท้อนให้เห็นถึงสหรัฐอเมริกา N = 1,001

เกี่ยวกับผู้แต่ง

Katie Comerford เป็นประธานของ Horizon Commerce and Client Transformation ซึ่งเธอเป็นผู้นำกลยุทธ์ข้อมูลองค์กร โครงการริเริ่มการเปลี่ยนแปลงของลูกค้า และฝ่ายปฏิบัติการของ Horizon Commerce เธอเป็นผู้บริหารด้านการตลาดและสื่อที่มีประสบการณ์เกือบสองทศวรรษ เธอมุ่งเน้นไปที่การผสานความฉลาดด้านการตลาดเข้ากับโมเดล Client Architect ของ Horizon ซึ่งกำหนดแนวทางด้านเทคโนโลยี ข้อมูล และพนักงานให้มีความสอดคล้องกันเพื่อขับเคลื่อนผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ตรวจวัดได้และเร่งการเติบโต เธอทำงานกับ Horizon มานานกว่า 11 ปี ก่อนหน้านี้เธอทำหน้าที่ EVP หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์และฝ่ายปฏิบัติการที่ Horizon Next ซึ่งเธอช่วยสร้างโซลูชันแบบบูรณาการในสื่อ ข้อมูล และเทคโนโลยี