สิ่งที่คุณสามารถเรียนรู้จากแนวทางของ CommerceIQ กับ Selling Partner API ของ Amazon

โลโก้ CommerceIQ

4 มกราคม 2022

Karthik Kolappan ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมที่ CommerceIQ

Karthik Kolappan ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมที่ CommerceIQ

CommerceIQ เป็นผู้นำของการจัดการการตัดสินใจอีคอมเมิร์ซซึ่งเป็นแนวทางในการใช้การเรียนรู้ของเครื่อง การวิเคราะห์และการทำงานอัตโนมัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพช่องทางออนไลน์ในห่วงโซ่อุปทานการตลาดและการดำเนินงานการขาย แพลตฟอร์มการเรียนรู้ของเครื่องและระบบอัตโนมัติ SaaS (Software as a service) ของบริษัทมีการใช้งานโดยแบรนด์ต่าง ๆ เพื่อให้การสนับสนุนในขณะที่ซื้อ โดยการตอบสนองในเวลาจริงแบบอัตโนมัติเพื่อเปลี่ยนตัวแปรต่าง ๆ ในสินค้านับร้อย เรานั่งคุยกับ Karthik Kolappan ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมของ CommerceIQ เพื่อทำความเข้าใจว่า CommerceIQ ใช้ Selling Partner API ช่วยให้ลูกค้าของตนขับเคลื่อนรายได้และการเติบโตของธุรกิจได้อย่างไร

เรื่องราวของ CommerceIQ คืออะไร

Guru Hariharan ผู้ก่อตั้งและ CEO ของเราใช้เวลาหลายปีในการสร้างระบบซอฟต์แวร์และบริการของ Amazon ที่ให้บริการแก่ร้านค้าของ Amazon ด้วยความเชื่อมั่นว่าการใช้ซอฟต์แวร์และระบบอัตโนมัติเป็นหนทางเดียวสำหรับผู้ค้าปลีกทุกราย Guru จึงก่อตั้ง Boomerang Commerce ซึ่งเป็นบริษัทที่มุ่งเน้นไปที่การกำหนดราคาแบบไดนามิกสำหรับผู้ค้าปลีกแบบดั้งเดิมที่ต้องการขยายสถานะดิจิทัลของตน ในเดือนมิถุนายน 2019 บริษัทได้ช่วยให้แบรนด์ต่าง ๆ ประสบความสำเร็จในการค้าปลีกออนไลน์ผ่านการเรียนรู้ของเครื่องและระบบอัตโนมัติ และทำการรีแบรนด์บริษัทเป็น CommerceIQ แม้ว่า CommerceIQ เดิมจะเน้นที่ช่องทาง Amazon ในสหรัฐอเมริกา แต่เราได้ขยายขอบเขตของ Amazon ไปทั่วโลกเพื่อรวมแคนาดา สหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศส และอินเดีย และได้เพิ่มความสามารถในการโฆษณาของเราเพื่อรองรับเว็บไซต์ร้านค้าปลีกอื่น ๆ

ในปี 2021 Amazon เปิดตัว API ใหม่ที่แชร์ข้อมูลการค้าปลีก การวิเคราะห์แบรนด์ และข้อมูลแค็ตตาล็อกสำหรับผู้ขาย ความสามารถใหม่เหล่านี้ทำให้คุณสามารถให้บริการลูกค้าได้ดียิ่งขึ้นได้อย่างไร

ลูกค้าของเราเป็นแบรนด์ผู้บริโภคใน Fortune 500 ที่ขายให้กับ Amazon ในฐานะผู้ขาย ลูกค้าของเรามักจะได้รับมอบหมายให้เพิ่มยอดขายบน Amazon ทุกปี ดังนั้นจึงต้องการทำความเข้าใจกลไกขับเคลื่อนทั้งหมดที่ส่งผลต่อยอดขายโดยรวม ด้วย Selling Partner API ใหม่ของ Amazon ทำให้สามารถดาวน์โหลดข้อมูลการขาย เนื้อหา และใบสั่งซื้อ ตลอดจนข้อมูลอื่น ๆ ที่เดิมอยู่ใน Vendor Central ได้ CommerceIQ ได้สร้างกระบวนการ ETL ที่ซับซ้อน (แยก แปลง โหลด) เพื่อทำให้ข้อมูลเป็นมาตรฐานและจัดเก็บบนแพลตฟอร์มของเรา ทำให้ลูกค้าของเราเข้าใจได้ง่ายขึ้นว่าอะไรคือสิ่งที่ผลักดันยอดขาย เราได้สร้างชุดอัลกอริทึมการเรียนรู้ของเครื่องเพื่อระบุข้อยกเว้นและแนวโน้มที่ผิดปกติ และเจาะลึกการวิเคราะห์สาเหตุหลัก เพื่อช่วยลูกค้าของเราพัฒนาโซลูชันระยะยาว ด้วย Selling Partner API ตอนนี้ลูกค้าของเราดูข้อมูลทั้งหมดได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส และมีข้อมูลเชิงลึกที่ดีขึ้นเกี่ยวกับกลไกที่นำไปสู่การเพิ่มยอดขาย ผลกำไร และเสียงที่ดังขึ้นใน Amazon Store

องค์กรของคุณใช้ข้อมูลและความสามารถของ Selling Partner API เพื่อแจ้งการวางแผนและการดำเนินการด้านสื่ออย่างไร

เราใช้ประโยชน์จากรายงานความถี่ของคำค้นหาเพื่อระบุผลิตภัณฑ์ที่กำลังมาแรงใน Amazon ด้วยการใช้ข้อมูลจาก Amazon โดยตรง เราสามารถระบุคำค้นหาที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เราจึงสามารถเปิดตัวแคมเปญการโฆษณาใหม่ที่ระบุเป้าหมายคีย์เวิร์ดเหล่านั้น ลูกค้าของเรายังใช้ข้อมูลเพื่อเป็นแนวทางในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการเปิดตัวสินค้าโดยพิจารณาจากสิ่งที่ผู้บริโภคกำลังมองหา ตัวอย่างเช่น หากจู่ ๆ ผู้บริโภคก็ซื้อสินค้ารสชาติใหม่หรือรูปแบบใหม่ เราสามารถเน้นคีย์เวิร์ดที่มาแรงเหล่านี้บนแดชบอร์ดข้อมูลเชิงลึกของตลาดของ CommerceIQ และลูกค้าของเราจะใช้ข้อมูลนี้เพื่อจัดลำดับความสำคัญและเปลี่ยนโฆษณาที่ใช้จ่าย นอกจากนี้ เรายังได้พัฒนาระบบอัตโนมัติเพื่อจัดโปรโมชั่นโฆษณา sponsored กับ ASIN ที่มีตำแหน่งสินค้าคงคลังแข็งแกร่ง เราสามารถโฆษณาสินค้าทางเลือกเมื่อ ASIN ใดมีสินค้าคงคลังต่ำ และกลับมาโฆษณา ASIN นั้นเมื่อระดับสินค้าคงคลังกลับมาเป็นปกติ ระบบอัตโนมัติเหล่านี้ทำงานอย่างต่อเนื่องสำหรับลูกค้าของเราเพื่อให้มั่นใจว่าทุกการใช้จ่ายในการโฆษณาจะมี ASIN พร้อมจำหน่ายบน Amazon

คุณใช้ Selling Partner API และ Amazon Ads API ร่วมกันเพื่อรองรับกลยุทธ์การค้าปลีกและการโฆษณาอย่างไร

แบรนด์ต่าง ๆ ต้องการรวมเมทริกซ์การโฆษณาและการขายจาก Amazon เข้าด้วยกัน แต่การดึงข้อมูลด้วยตนเองจาก Vendor Central เป็นเรื่องที่ท้าทายก่อนหน้านี้ ตอนนี้ API ของ Seller Partner พร้อมใช้งาน เรากำลังนำเข้าทั้งข้อมูลการขายและการโฆษณาผ่าน Amazon Ads API และเรากำลังเชื่อมต่อข้อมูลเพื่อสร้างคลังข้อมูลร่วม การรวมกันของข้อมูลและอัลกอริทึมที่เป็นกรรมสิทธิ์ของเรา ช่วยให้ลูกค้าของเราสามารถดำเนินกลยุทธ์การโฆษณาที่ตระหนักถึงร้านค้าปลีกได้อย่างแท้จริง ยกตัวอย่างเช่น อัลกอริทึมของเราสามารถหยุดการลงทุนใน ASIN ที่มียอดขายในรอบสัปดาห์ไม่ดีหรือมีการทำกำไรต่ำได้โดยอัตโนมัติ และย้ายการใช้จ่ายในการโฆษณาไปยังกลยุทธ์และ/หรือ ASIN อื่นที่จะผลักดันยอดขายให้เพิ่มขึ้น ทุกอย่างมีการตรวจสอบตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่มีวันหยุด และระบบอัตโนมัติจะทำงานในทุกชั่วโมงตลอดวันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้จ่ายทุกบาททุกสตางค์

เคล็ดลับ 3 ประการที่คุณแนะนำสำหรับแบรนด์ที่ต้องการเพิ่มเมทริกซ์ที่มีให้สูงสุดผ่าน Selling Partner API เพื่อปรับปรุงการแสดงแบรนด์ของตนใน Amazon คืออะไร

  1. เนื้อหา เนื้อหาเป็นกลไกหลักของคอนเวอร์ชัน และแบรนด์ต่าง ๆ ต้องทุ่มเททั้งเวลาและพลังงาน ในการพัฒนากลยุทธ์เนื้อหาของตนบน Amazon แต่การอัปโหลดเนื้อหาไม่ใช่งานประเภททำครั้งเดียวจบ และต้องมีวิธีการที่แม่นยำในการตรวจสอบว่าเนื้อหาจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยการใช้ API รายการสินค้าและแค็ตตาล็อก แบรนด์สามารถตรวจสอบเนื้อหาบนหน้ารายละเอียดผลิตภัณฑ์และรับการแจ้งเตือนหากมีการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ขายบุคคลที่สาม ตรวจสอบว่าได้ใช้เนื้อหาในรูปแบบที่ดีที่สุดเป็นกลไกพื้นฐานในการขับเคลื่อนคอนเวอร์ชันเมื่อโฆษณาสินค้า 5 หัวข้อย่อย 6 ภาพ 1-2 วิดีโอเนื้อหา A+ และ 100 ตัวอักษรขึ้นไปในชื่อ
  2. คำค้นหา ด้วยรายงานข้อความค้นหาในการวิเคราะห์แบรนด์จาก Selling Partner API แบรนด์สามารถตรวจจับคำค้นหาที่มีการจัดอันดับความถี่ดีขึ้น ช่วยให้เข้าใจการเปลี่ยนแปลงความชอบและพฤติกรรมการจับจ่ายของผู้บริโภค การมีความเข้าใจที่ดีขึ้นเกี่ยวกับคำค้นหาที่กำลังเป็นที่นิยม ช่วยให้แบรนด์อัพเดตเนื้อหาได้อย่างเหมาะสม และประมูลคีย์เวิร์ดที่มีความเกี่ยวข้องเพื่อให้ค้นพบได้ และเป็นอันดับหนึ่งในใจของนักช้อปใหม่ที่ค้นหาหมวดหมู่นี้ ลูกค้าของเรายังสามารถใช้การวิเคราะห์คำค้นหาที่กำลังเป็นที่นิยมเพื่อวางแผนสำหรับนวัตกรรมหรือการเปิดตัวสินค้าใหม่ตามสิ่งที่ผู้บริโภคกำลังเลือกซื้อ
  3. ความพร้อมใช้งานและการคาดการณ์ ด้วยความพร้อมใช้งานของข้อมูลการคาดการณ์ผ่านรายงานการคาดการณ์ความต้องการของผู้ขายจาก Selling Partner API แบรนด์ต่าง ๆ สามารถติดตามการคาดการณ์ของ Amazon และจำนวนสัปดาห์ที่ครอบคลุมเป็นรายวัน/รายสัปดาห์ และเตรียมจัดส่งสินค้าทันทีที่มีการออกใบสั่งซื้อ มีอัตราการเติมสูงช่วยให้มั่นใจได้ถึงความพร้อมจำหน่ายในร้านค้าของ Amazon ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนประสิทธิภาพการขาย แม้ว่าเราจะสร้างระบบอัตโนมัติเพื่อปิดการใช้จ่ายโฆษณา ASIN ที่มีสินค้าคงคลังต่ำโดยอัตโนมัติ แต่เราต้องการให้ลูกค้าของเรารักษาระดับสินค้าคงคลังไว้ที่ Amazon เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของแคมเปญโฆษณา sponsored และ Selling Partner API ช่วยให้แบรนด์ของเรามองเห็นการคาดการณ์ได้มากขึ้น

เรียนรู้เพิ่มเติมว่าแบรนด์จะได้รับประโยชน์จากการใช้ Selling Partner API ได้อย่างไร